Attraction....... 

แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่า “เมืองสามหมอก” เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ดังนั้น จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์อันสวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์ จนนักท่องเที่ยวเล่าขานกันอยู่เสมอว่าเปรียบเสมือนกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถาน นอกจากนี้ ยังมีศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เห็นได้จากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหรือสองชั้นแบบโบราณ เรียกว่า บ้านแบบไทยใหญ่ สร้างด้วยไม้มีใต้ถุนสูง หลังคามุงด้วยใบตอลตึง มีการแต่งกายแบบพื้นเมือง ซึ่งเรียกกันว่า ชุดไต คือผู้ชายนุ่งกางเกงคล้ายกางเกงจีนหรือกางเกงชาวเล สวมเสื้อคอกลม แขนยาวป้ายแบบจีน ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงยาว สวมเสื้อทรงกระบอกตัวสั้นเพียงเอว ชาวแม่ฮ่องสอนยังใช้ภาษาท้องถิ่นและรับประทานอาหารพื้นเมือง สิ่งเหล่านี้ นับว่าเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมชมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
 

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
 

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมีอง

 
อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
อยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส ประวัติของพระยาสิงหนาราช เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อว่า "บ้านขุนยวม" ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล เป็นพระยาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก

ลานวัฒนธรรมเมืองแม่ฮ่องสอน

อยู่ติดกับอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา เดิมเป็นเรือนจำเก่าแม่ฮ่องสอน มีเรื่องเล่าน่าสนใจว่าในอดีตเกิดฝนตกหนักทำให้กำแพงเรือนจำล้มครืน แทนที่นักโทษจะหลบหนี กลับได้ช่วยกันซ่อมรั้วกำแพงให้ดีดังเดิม แล้วพร้อมใจกันกลับเข้าเรือนจำ ปัจจุบันเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนได้พัฒนาและปรับปรุงเป็นลานวัฒนธรรม ปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีการจำลองบ้านไทยใหญ่ และยังมีอาคารเก่าของเรือนจำให้รำลึกถึงประวัติสถานที่แห่งนี้

วัดพระธาตุดอยกองมู

ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางราดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กม.มีชื่อเรียกแต่เดิมว่า วัดปลายดอน เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย"จองต่องสู่" เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417โดย "พญาสิงหนาทราชา" เจ้าผู้ครองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก ปัจจุบันมีถนนลาดยางขึ้นสู่พระธาตุดอยกองมู เป็นระยะทางราว 5 กม. วัดนี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ หรือตักบาตรเทโวด้วย
 
วัดก้ำก่อ

(ภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาค) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระนอนเป็นวัวัดก้ำก่อดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 มีลักษณะสถาปัตยกรรมงดงามไม่แพ้วัดอื่น โดยเฉพาะลักษณะพิเศษที่มีหลังคาคลุมทางเดินตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปสู่ศาลา นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยใหญ่กับเจ้าอโนรธามังช่อ ปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย พระมหาบุญรักษ์ สุปัญโญ ท่านเจ้าอาวาสวัดนี้
 
วัดจองกลาง


ตั้งอยู่เคียงข้าง กับวัดจองคำ ภายในวิหาร มีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิง
วัดจองกลางค์จำลอง มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ตุ๊กตาแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปคน และสัตว์เกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก และภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ ตลอดจนภาพแสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นหลายภาพ มีคำบรรยายเป็นภาษาพม่า และมีบันทึกบอกว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑเลย์

 
ตลาดเช้า


ตั้งอยู่ใกล้วัดหัวเวียง ถนนสิงหนาทบำรุง เริ่มตั้งแต่รุ่งสางไปจนถึงเย็นของทุกวัน นักท่องเที่ยวสามารถชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวแม่ฮ่องสอน  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามแบบไทยใหญ่หรือชาวเขาที่มาซื้อสินค้าอาหารพื้นเมืองรวมทั้งพีชผัก ผลไม้ท้องถิ่นสดๆ (เวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมตลาดเช้าควรเริ่มตั้งแต่เช้ามืดถึงประมาณ 09:00 น.) นักท่องเที่ยวนิยมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์บริเวณหน้าตลาด และรับประทานอาหารเช้า

 
วัดผาอ่าง


ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 1 กิโล ทางทิศเหนือประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สร้างเมือง พ.ศ. 2469 โดยเจ้านางเมี๊ยะผู้ครองนครแม่ฮ่องสอนองค์ที่ 2 เพื่อเป็นที่สักการะรำลึกและอุทิศส่วนกุศลแด่นางใส ที่ได้เคยช่วยพญาสิงหนาทราชาจากการถูกเสือตะปป ณ วัดแห่งนี้ และในปี 2549 มหาวิทยาลัยบุรพา โดยวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรจำลอง นำมาประดิษฐานเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวแม่ฮ่องสอนและพุทธศาสนิกชนทั่วไปสักการะบูชา

วัดพระนอน

อยู่เชิงดอยกองมู เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่ พ.ศ. 2418 และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว 12 ม. ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมากพระนอน ตามประวัติเล่าว่าพระนางเมียะภริยาของพระยาสิงหนาทราชาเป็นผู้สร้าง ภายในบริเวณมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ 2 ตัวสร้างโดยพระยาสิงหนาทราชา และพระนางเมียะ อยู่เคียงข้างระหว่างทางที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุกองมู เป็นสิงโตที่มีลักษณะงดงามและสมบูรณ์มาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีการสอนวิปัสสนาอีกด้วย
 
วัดจองคำ


วัดจองคำ
อยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่ มีศิลปะแบบต่างๆ ที่แปลกและงดงาม หลังคาวัดเป็นรูปปราสาท เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง ผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือตัวแทนพระศาสนา วัดจึงเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตมีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 ม. สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์ ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานของวัด เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว

 
หนองจองคำ


อย่หน้าวัดจองคำและวัดจองกลาง เป็นหนองน้ำกลางเมืองที่เกิดตามธรรมชาติ มีน้ำตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีที่สำคัญๆ ของจังหวัด มีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะหากมองวัดจองคำและวัดจองกลางผ่านหนองจำคำแห่งนี้

 

วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเวียง

พาราละแข่งอยู่ที่ถนนสิหนาทบำรุง ต.จองคำ (อยู่ติดกับตลาดเช้าบริเวณสี่แยกไฟแดง) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406 เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก มีประวัติว่าหล่อจำลองจาก "พระมหามุนี" ซึ่งเป็นเจ้าพาราละแข่งองค์จริง ณ เมือง มัณฑะเลย์ ประเทศพม่า โดยลุงจองโพหย่า เดินทางไปนิมนต์มา พระเจ้าพาราละแข่งองค์นี้สร้างเป็นท่อน ๆ ทั้งหมด 9 ท่อน ล่องมาตามแม่น้ำปาย แล้วนำมาประกอบที่วัดพระนอนและนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียงหรือ วัดกลางเวียง หรือวัดกลางเมือง ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็น พระพุทธรคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

 

ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน


ตั้งอยู่ถนนขุนลุมประพาส ติดกับวิทยาลัยการอาชีพแม่ฮ่องสอน จัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. 2527 เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอาชีพให้กับราษฎรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น การทอผ้า งานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ งานหวายอาคารศูนย์ศิลปาชีพเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วยชั้นที่ 1 เป็นส่วนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึก ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่จัดนิทรรศการการเฉลิมพระเกียรติ ห้องทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

   

สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองสายใต้ (บนเส้นทาง 108) และสายตะวันตก

 
โครงการพัฒนาตามพระราชดำริท่าโป่งแดง

จากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตรตั้งอยู่ภายในศูนย์โครงการพัฒนาตามพระราชดำริท่าโป่งแดง มีการทดลองเพาะปลูกพืชผลไม้ต่างๆ มีศูนย์ปศุสัตว์ ด้านหน้ามีแม่น้ำปายไหลผ่าน รอบๆ มีไม้ดอกไม้ประดับปลูกไว้อย่างสวยงาม
 
 เขื่อนผลิตไฟฟ้า พลังน้ำผาบ่อง
เขื่อน พลังน้ำผาบ่อง
อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๕ กม. เป็นเขื่อนกั้นลำน้ำ แม่ระมาด และผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณตัวเขื่อนมีศาลาพักร้อนเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
 

หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านป่าปุ๊


ห่างจากตัว อ.เมืองแม่ฮ่องสอนไปทางทิศใต้ 10 กิโล เดิมเป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวไทยใหญ่ แต่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงปาเกอญอ ซึ่งสืบทอดวัฒนธรรมการทอผ้าที่มีรูปแบบเอกลักษณ์มาแต่โบราณ ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการในการให้ความรู้ การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติและออกแบบลายผ้าเพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้กับชุมชน

 

หมู่บ้านแม้วไมโครเวฟ (บ้านยอดดอย)


เป็นหม่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง อาศัยอยู่บนดอย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1
,000 เมตร มีความเป็นอยู่เรียบง่ายและรักษาประเพณีเดิมอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวน่าไปสัมผัส การเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไปหมู่บ้านป่าลาน 32 กิโล (เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ขันยวม) และเลี้ยวซ้ายขึ้นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางแอสฟัสท์ แต่ค่อนข้างสูงชันอีกราว 8 กิโล

 

บ้านน้ำเพียงดิน


อยู่ในเขตตำบลผาบ่อง เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวล่อเรือตามน้ำ จากบ้
หมู่บ้านน้ำเพียงดินานห้วยเดือไปบ้านน้ำเพียงดิน โดยเรือหางยาว ราคาลำละ 500-600 บาท นั่งได้ 8 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางจะผ่านระลอกน้ำที่ระดับลดหลบั่นไปคล้ายธารน้ำตกนับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะชมและสัมผัสชีวิตชาวกระเหรี่ยงปาต่อง (กระเหรี่ยงคอยาว) ที่บ้านห้วยปูแกง ซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึงบ้านน้ำเพียงดินริมฝั่งแม่น้ำปาย รวมทั้งสามารถพักแบบโฮมสเตย์ที่บ้านห้วยปูแกงแห่งนี้ได้

 

บ่อน้ำร้อนผาบ่อง


ตั้งอยู่ที่บ้านผาบ่อง ตำบลผาบ่อง ห่างจากแม่ฮ่องสอนไปทาง อำเภอขุนยวม 12 กิโล (โดยใช้เส้นทางหมายเลข 108 เก่า) บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ขวามือ บ่ำน้ำร้อนมีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีแร่กำมะถันเจืออยู่ อุณหภูมิความร้อนยังไม่สูงเพียงแต่ต้มไข่สุก นักท่องเที่ยวสามารถุอาบน้ำแร่ได้ โดยห้องเดี่ยว 40 บาท / 1 ชั่วโมง ห้องรวม 300 บาท / 1 ชั่วโมง

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยฮี้


บ้านห้วยฮี้เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง เรียกตัวเองว่า
ปกาเกอญอ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก จำนวน 28 หลังคาเรือน มีประชากรราว 50 คน อยู่ในพื้นที่ ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่อนสอน 26 กิโล บนเส้นทางถนนลูกรัง เส้นแม่ฮ่องสอน-เฟิร์น ริมธารรีสอร์ท-บ้านแม่สะกึด-วัดจันทร์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง

 

ยอดดอยปุย


อยู่ในเขตบ้านห้วยฮี้ ตำบลห้วยปูลิง อยู่ห่างจากบ้านห้วยฮี้โดยทางเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นยอดเขาที่สูง 1.752 เมตร มีลักษณะเป็นลานกว้างลดหลั่นกันเป็นชั้น

   

สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองสายเหนือ (บนเส้นทาง 1095)

 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์

ตั้งอยู่ในเขต ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นที่ทำการอุทยานมีบ้านพักจำนวน 7 หลัง และบริเวณกางเต๊นท์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดสุดท้ายของการล่องแก่งจากอำเภอปาย  (ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมีองประมาณ 7 กิโลเมตร ส่วนน้ำตกแม่สุรินทร์อยู่ในเขตอำเภอขุมยวม ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 100 กิโลเมตร)
 
 ภูโคลนคันทรี่คลับ

เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเอกชนตั้งอยู่หมู่ 2 เขตบ้านแม่สะงา อำเภอเมืองห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางจากตัวเมือง ประมาณ 10 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายไปยังบ้านกุงไม้สัก บ้านแม่สะงา สามารถทดลองพอกโคลน (พอกหน้า/พอกตัว) อบซาวน่า และแช่น้ำแร่ได้
 

น้ำตกผาเสื่อ


อยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่จากตัวเมืองไปตามทางขึ้นสู่พระตำหนักปางตองประมาณ 26 กิโลเมตร น้ำตกมี 6 ชั้น ชั้นบนสุดอยู่ในป่าลึกเดินประมาณ 1 ชั่วโมง คือ น้ำตกแม่สะงากลาง ถัดออกมาเป็นชั้นผายาว ผาลาด ผาเสื่อ ผาตั้ง ผาฮ่อม ชั้นที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุด คือ ผาเสื่อ ซึ่งมีน้ำตกลงกระทบแผ่นหินกระเด็นเป็นฝอยในฤดูฝน ช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก มีความสวยงาม แต่ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงดังกล่าว สองข้างมีแผ่นหินลักษณะคล้ายเสื่อปูลาดอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทางสะดวกเป็นทางลาดยางตลอด

 

ศูนย์ไผ่ศึกษาแม่ฮ่องสอน


ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง เกิดจากแนวพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ดำเนินการโดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแหล่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ซึ่งได้เลือกพื้นที่ที่มีชนิดพันธุ์ไผ่ 6 ชนิดเป็นพันธุ์หลัก และมีภูมิประเทศทีโดดเด่นสวยงามและมีลำห้วยปางตองเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

 
หมู่บ้านรุ่งอรุณ


เดิมชื่อหมู่บ้านแม่สุยะ (จีน) เป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน พื้นที่ตั้งใกล้กับถนนสายหลักแม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า (เส้นทางหมายเลข 1095) อยู่ห่างจาก อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 30 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยหุบเขาที่สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ที่แปลกตากับธรรมชาติที่หาดูได้ยาก นักท่องเที่ยวสามารถชมวัฒนธรรมประเพณีชาวจีนยูนนานบ้านรุ่งอรุณอีกทั้งลิ้มรสอาหารจีนยูนนาน เที่ยววัดป่าถ้ำวัว เที่ยวถ้ำ และล่องแพไปยังน้ำตกซู่ซ่าได้ รวมทั้งสามารถพักค้างแรมแบบโฮมสเตย์ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ได้ด้วย

นอกจากนี้ไม่ไกลจากหมู่บ้านรุ่งอรุณ ประมาณ 1 กิโลเมตรมี หมู่บ้านแม่สุยะ เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยใหญ่ไว้เป็นอย่างดี และหมู่บ้านห้วยส้านใหม่ เป็นหมู่บ้านชนเผ่ามูเซอดำ อยู่ติดกับแม่น้ำของ และเป็นจุดล่องแก่งแม่น้ำของ ไปบรรจบกับ แม่น้ำปาย  ปัจจุบันทั้ง 3 หมู่บ้านได้เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน มีการจัดการให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม

 

อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา


อยู่ที่บ้านห้วยผา ต.ห้
วยผา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย) เส้นทางราดยางเรียบร้อยสามารถเดินทางไปชมได้ทุกฤดูกาล บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 ม. ลึก 1.50 ม. ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกชื่อ ว่าปลามุงหรือปลาคังหรือปลาพลวงเป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป ปัจจุบันบริเวณวนอุทยานถ้าปลาได้รับการปรับปรุงเป็นแหล่งพักผ่อน

 

เรือนประทับแรมปางตอง


อยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่ เดินทางตามถนนสายห้วยขาน-บ้านนาป่าแปก เป็นทางขึ้นเขาตลอด เรือนประทับแรมอยู่บนเขาสูงที่บ้านปางตองในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง มีทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามภายในบริเวณพระตำหนัก มีแปลงสาธิตการปลูกดอกไม้ ผลไม้ การเลี้ยงสัตว์ เช่น แกะ ไก่ฟ้า

 
หมู่บ้านรวมไทย (ปางอุ๋ง)


ใช้เส้นทางน้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง บ้านแม้วนาป่าแปก เส้นทางเดียวกับหมู่บ้านรักไทย ก่อนถึงบ้านรักไทยประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ประมาณ 6 กิโลเมตร สามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวเขาหลากเผ่า ชิมกาแฟสดจากสวน ทัศนียภาพของป่าสนสองใบ สนสามใบล้อมรอบทะเลสาบ สวนไม้ดอกเมืองหนาวที่สวยงาม

 
หมู่บ้านรักไทย (แม่ออ)


ตั้งอยู่ตำบล หมอกจำแป่ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ  44 กิโลเมตร บ้านรักไทยหรือบ้านแม่ออ เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงชายแดนไทย-พม่า บริเวณหมู่บ้านมีทะเลสาปสวยงาม

 
น้ำตกซู่ซ่า


อยู่ในเขตบ้านแม่สุยะ ตำบลห้วยผา เป็นน้ำตกที่ทะลุจากซอกเขาเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร ขนานกันไปกับลำน้ำ อยู่ห่างจากบ้านแม่สุยะประมาณ 9 กิโลเมตร การเดินทางจากบ้านรุ่งอรุณไปยังน้ำตกซู่ซ่าด้วยการเดินใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ โดยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยปกติจะเดินทางด้วยการล่องแพยางจากบ้านน้ำของ ซึ่งจะผ่านน้ำตกซู่ซ่าแห่งนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ น้ำตกแม่สุรินทร์ บ้านปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 
Copyrights2008, huainamrin.com, All rights reserved.